+
+
TH |
ENG
หน้าหลัก
เกี่ยวกับภัทร
ผลิตภัณฑ์และบริการ
งานวิจัย
ข่าวภัทร
ข้อมูลนักลงทุน
ติดต่อภัทร
+
งบการเงิน
รายงานบริษัท
ผลประกอบการ
ประชุมผู้ถือหุ้น
การกำกับดูแลกิจการ
๐
หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี
๐
แนวทางการดำเนินธุรกิจ
๐
รายงานการกำกับดูแลกิจการ
นักวิเคราะห์ที่ออกบทวิจัย ภัทร
ติดต่อนักลงทุนสัมพันธ์
+
พิมพ์
ข้อมูลนักลงทุน
หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี
บริษัทหลักทรัพย์ ภัทร จำกัด (มหาชน)
หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี
บริษัทฯ เป็นหนึ่งในผู้นำด้านวานิชธนกิจของประเทศไทย โดยให้บริการด้านนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ วานิชธนกิจ และบริการลูกค้าส่วนบุคคล ทั้งนี้ บริษัทฯ มีนโยบายที่จะขยายการให้บริการด้านการเงินเพิ่มขึ้นเพื่อดำรงความเป็นผู้นำในธุรกิจ โดยสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ นำเอาวิธีปฏิบัติที่เป็นมาตรฐานสากลมาปรับใช้ นำเสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่ และตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง
1. นโยบายเกี่ยวกับการกำกับดูแลกิจการ
1.1 การดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ เป็นไปตามทิศทางที่กำหนดโดยคณะกรรมการบริษัทฯ (คณะกรรมการ) ซึ่งเป็นตัวแทนของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ คณะกรรมการเชื่อว่าหลักการของการกำกับดูแลกิจการที่ดีเป็นปัจจัยสำคัญที่จะนำไปสู่ความสำเร็จทางธุรกิจ โดยหลักการของการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัทฯ มีขึ้นเพื่อให้ผลประโยชน์ของผู้บริหารและผู้ถือหุ้นเป็นไปในทิศทางเดียวกัน บริษัทฯ จึงได้จัดให้มีหลักการของการกำกับดูแลกิจการไว้ในนโยบายและคู่มือการปฏิบัติงานต่าง ๆ ของบริษัทฯ เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นและเพื่อให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างโปร่งใส โดยได้พัฒนาโครงสร้าง กำหนดบทบาทและความรับผิดชอบ แยกส่วนของเจ้าหน้าที่ฝ่ายที่ต้องพบปะลูกค้า (Front Office) และฝ่ายสนับสนุนการปฏิบัติงาน (Back Office support) อย่างชัดเจน รวมถึงมีการกำหนดนโยบายเกี่ยวกับความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ความโปร่งใส การบริหารความเสี่ยง การตรวจสอบภายใน และจริยธรรมในการปฏิบัติงาน เป็นต้น นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้จัดตั้งคณะอนุกรรมการต่าง ๆ ขึ้นเพื่อกำกับดูแลกิจการหลายชุด อาทิ คณะกรรมการตรวจสอบ (Audit Committee) คณะกรรมการพิจารณาผลิตภัณฑ์ใหม่ (New Product Review Committee) คณะกรรมการCapital Commitment Committee คณะกรรมการการลงทุน (Investment Committee) เป็นต้น เพื่อให้การดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ เป็นไปอย่างโปร่งใส
2. ความขัดแย้งทางผลประโยชน์
2.1 ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ เกิดขึ้นเมื่อผลประโยชน์ของบุคคลใดบุคคลหนึ่งมีความขัดแย้งหรือคาดว่าจะมีความขัดแย้งไม่ว่าในทางใดทางหนึ่งกับผลประโยชน์โดยรวมของบริษัทฯ ปัญหาความขัดแย้งทางผลประโยชน์นี้อาจเกิดขึ้นเมื่อพนักงาน เจ้าหน้าที่ หรือกรรมการของบริษัทฯ กระทำการใด ๆ หรือมีผลประโยชน์ใด ๆ ที่อาจส่งผลให้การปฏิบัติหน้าที่ไม่สามารถกระทำได้ตามวัตถุประสงค์และมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ความขัดแย้งทางผลประโยชน์อาจเกิดขึ้นเมื่อพนักงาน เจ้าหน้าที่ กรรมการ หรือสมาชิกในครอบครัวของบุคคลนั้น ๆ ได้รับผลประโยชน์ที่ไม่เหมาะสมเป็นการส่วนตัวอันเป็นผลเนื่องจากตำแหน่งหน้าที่การงานในบริษัทฯ ดังนั้น การปล่อยกู้หรือค้ำประกันบุคคลดังกล่าวจะต้องได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ และเพื่อขจัดปัญหาความขัดแย้งทางผลประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้น บริษัทฯ จึงมีนโยบายให้พนักงาน เจ้าหน้าที่และกรรมการของบริษัทฯ ต้องเปิดเผยความขัดแย้งทางผลประโยชน์ที่อาจมีขึ้นต่อบริษัทฯ
2.2 บริษัทฯ คาดหวังให้พนักงาน เจ้าหน้าที่ หรือกรรมการของบริษัทฯ แต่ละคนหลีกเลี่ยงกิจกรรม ผลประโยชน์ หรือการเข้าร่วมใด ๆ ที่อาจแทรกแซงการตัดสินใจอย่างเป็นอิสระของบุคคลนั้น ๆ หรือขัดแย้งกับผลประโยชน์ของบริษัทฯ ลูกค้า ผู้ถือหุ้นหรือสาธารณชน นอกจากนี้ บริษัทฯ กำหนดให้พนักงาน เจ้าหน้าที่และกรรมการต้องไม่ใช้วิธีการที่ไม่เหมาะสมหรือไม่ถูกต้องตามกฎหมายในการชักจูงบุคคลอื่นไม่ว่าในนามของตนเองหรือบริษัทฯ เพื่อให้เข้าทำธุรกรรมกับบริษัทฯ
2.3 คณะกรรมการตรวจสอบของบริษัทฯ จัดตั้งขึ้นและมีอำนาจในการพิจารณาและอนุมัติรายการใด ๆ ที่บริษัทฯ จะเข้าทำกับกรรมการ ผู้บริหาร ผู้ถือหุ้นรายใหญ่และบุคคลที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงความขัดแย้งทางผลประโยชน์ระหว่างบริษัทฯ และบุคคลดังกล่าว ความรับผิดชอบหลักของคณะกรรมการตรวจสอบจะอธิบายในข้อ 8.4
2.4 นโยบายของบริษัทฯ ประกอบด้วยมาตรการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ในรูปแบบต่าง ๆ อย่างชัดเจน รวมทั้งกระตุ้นให้พนักงาน เจ้าหน้าที่ และกรรมการของบริษัทฯ ตระหนักถึงความขัดแย้งทางผลประโยชน์ระหว่างบริษัทฯ กับบุคคลดังกล่าวและให้หลีกเลี่ยงการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์กับบริษัทฯ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ไม่สามารถคาดเดาถึงความขัดแย้งทุกอย่างที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างการดำรงตำแหน่งของพนักงาน เจ้าหน้าที่และกรรมการของบริษัทฯ ได้ และหากไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ดังกล่าวจะต้องได้รับการจัดการภายใต้กรอบจริยธรรมและความรับผิดชอบ
2.5 บริษัทฯ พยายามควบคุมความขัดแย้งทางผลประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้นโดยการออกนโยบายและระเบียบการต่าง ๆ ซึ่งสามารถอธิบายได้ดังนี้
2.5.1 การเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์และผลประโยชน์นอกบริษัทฯ ของพนักงาน
พนักงาน คู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของพนักงานของบริษัทฯ ต้องเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์กับบริษัทฯ ตามระเบียบข้อบังคับของหน่วยงานที่กำกับดูแลธุรกิจหลักทรัพย์ ยกเว้นกรณีที่ได้รับการอนุมัติจากหัวหน้าฝ่ายและฝ่ายกำกับดูแลการปฏิบัติงานและตรวจสอบภายในของบริษัทฯ ซึ่งกรณียกเว้นดังกล่าวเกิดขึ้นน้อยมาก (บทบาทและความรับผิดชอบของฝ่ายกำกับดูแลการปฏิบัติงานและตรวจสอบภายในจะอธิบายในข้อ 8.5)
พนักงานบางกลุ่ม (รวมถึงวานิชธนากรและนักวิจัย) จะต้องขออนุมัติการทำรายการใด ๆ กับหัวหน้าฝ่ายของตนและฝ่ายกำกับดูแลการปฏิบัติงานและตรวจสอบภายในก่อนเข้าทำรายการ โดยบริษัทฯ มีวัตถุประสงค์ในการจัดให้มีนโยบายนี้ขึ้นเพื่อเป็นการป้องกันมิให้พนักงานของบริษัทฯ ประกอบธุรกิจหรือมีกิจกรรมอื่นที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์กับบริษัทฯ หรือนำมาซึ่งความเสียหายต่อการดำเนินธุรกิจและชื่อเสียงบริษัทฯ
พนักงานต้องเปิดเผยและได้รับการอนุมัติก่อนการดำเนินธุรกรรมหรือผลประโยชน์ใดๆ นอกบริษัทฯ (รวมถึงการจ้างงานโดยบริษัทอื่น การลงทุนนอกบริษัทฯ และการดำรงตำแหน่งกรรมการให้กับบริษัทอื่น)
2.5.2 กิจกรรมทางธุรกิจ
พนักงานอาจมีการดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจนอกบริษัทฯ อาทิ เป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นในธุรกิจอื่น เป็นพนักงานในกิจการของครอบครัว หรือเป็นกรรมการของบริษัทอื่น ทั้งนี้ ความเหมาะสมในการดำเนินกิจกรรมดังกล่าวขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ ได้แก่ ลักษณะและขอบเขตของผลประโยชน์นอกบริษัทฯ ความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทฯ กับกิจกรรมดังกล่าวและหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
ก่อนพนักงานจะเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการ เจ้าหน้าที่ หรือพนักงานของหน่วยงานหรือธุรกิจอื่น จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากฝ่ายกำกับดูแลการปฏิบัติงานและตรวจสอบภายในของบริษัทฯ ก่อน
บริษัทฯ ได้กำหนดให้พนักงานต้องรายงานกิจกรรมทางธุรกิจนอกบริษัทฯ ทั้งหมด ซึ่งรวมถึงการถือหุ้นในบริษัทและห้างหุ้นส่วนจำกัด ต่อฝ่ายกำกับดูแลการปฏิบัติงานและตรวจสอบภายใน เพื่อพิจารณาถึงความขัดแย้งทางผลประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้น
2.5.3 รายการที่เกี่ยวโยงกัน
บริษัทฯ ไม่สนับสนุนให้มีการเข้าทำรายการระหว่างบริษัทฯ กับกรรมการ ผู้บริหาร ผู้ถือหุ้นรายใหญ่และบุคคลที่เกี่ยวข้อง (รายการที่เกี่ยวโยงกัน) ทั้งนี้ เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงความขัดแย้งทางผลประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้นระหว่างบริษัทฯ และบุคคลดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ในบางครั้ง บริษัทฯ อาจมีความจำเป็นต้องเข้าทำรายการที่เกี่ยวโยงกัน อันเนื่องมาจากการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัทฯ ทั้งนี้ การเข้าทำรายการดังกล่าวต้องเป็นไปตามวิธีการและขอบเขตของกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง
ตามประกาศของสำนักงาน ก.ล.ต. เกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์ ผู้บริหารและพนักงานของบริษัทฯ จะต้องเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์กับบริษัทฯ โดยการซื้อขายหลักทรัพย์ของผู้บริหารและพนักงานจะต้องเป็นไปตามข้อกำหนดพื้นฐาน โดยมิได้เป็นการเอาเปรียบผู้อื่นอย่างไม่ยุติธรรมหรือด้วยวิธีการที่ไม่ถูกจริยธรรมหรือไม่ถูกต้องตามกฎหมาย และการเข้าทำรายการดังกล่าวจะต้องเป็นไปตามธุรกรรมปกติและอยู่บนพื้นฐานเดียวกันกับรายการที่ทำกับลูกค้าของบริษัทฯ
3. จริยธรรมธุรกิจ
บริษัทฯ เชื่อว่าข้อบังคับทางธุรกิจและจริยธรรมทางธุรกิจใด ๆ ไม่สามารถทดแทนพฤติกรรมที่รอบคอบของกรรมการ เจ้าหน้าที่หรือพนักงานที่มีจริยธรรมได้ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ก็ยังเชื่อว่าข้อบังคับทางธุรกิจและจริยธรรมทางธุรกิจดังกล่าวจะยังสามารถช่วยให้คณะกรรมการหรือผู้บริหารมุ่งเน้นและจัดการเกี่ยวกับความเสี่ยงทางจริยธรรม แนะนำแนวทางให้พนักงานตระหนักถึงประเด็นที่เกี่ยวกับจริยธรรมและวิธีการจัดการ แนะนำช่องทางการรายงานการกระทำที่ไม่ถูกต้อง ปลูกฝังความซื่อสัตย์ ความมีเหตุผล เพื่อให้บริษัทฯ มีการกำกับดูแลกิจการที่ดี ดังนั้นพนักงาน เจ้าหน้าที่และกรรมการทุกคนจะต้องปฏิบัติตามแนวทางการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ
ตัวอย่างนโยบายของบริษัทฯ ที่แสดงถึงมาตรฐานจริยธรรมสูงสุดในการดำเนินธุรกิจมีดังนี้
3.1 หลักการของบริษัทฯ: การกำหนดค่านิยมร่วมกัน
บริษัทฯ ตระหนักถึงคุณค่าทางจริยธรรม โดยสิ่งที่บริษัทฯ ดำเนินการคือการวางหลักการที่ใช้ปฏิบัติในการดำเนินงานในแต่ละวัน ซึ่งหลักการดังกล่าวพัฒนาจากความเห็นหรือคำแนะนำของพนักงานในแต่ละส่วนงานและในระดับต่าง ๆ หลักการเหล่านี้เป็นพื้นฐานในการดำเนินงานของบริษัทฯ ในฐานะที่เป็นผู้นำในธุรกิจหลักทรัพย์รายหนึ่ง และพลเมืองของประเทศ
การให้ความสำคัญกับลูกค้า
ลูกค้าคือแรงผลักดันในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ
ในการประกอบธุรกิจของบริษัทฯ ผลประโยชน์ของลูกค้าต้องมาเป็นลำดับแรก ทั้งนี้ ในธุรกิจที่มีการแข่งขันสูง ความสำเร็จไม่ได้วัดจากปริมาณการขายสินค้าหรือให้บริการเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ระดับความไว้วางใจที่ลูกค้ามีให้กับบริษัทฯ ในฐานะที่ปรึกษาด้วย และเพื่อให้บรรลุผลดังกล่าว บริษัทฯ จะต้องดำเนินการต่าง ๆ เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้มากกว่าที่ลูกค้าคาดหวังไว้.
เคารพในความเป็นบุคคล
บริษัทฯ เคารพในเกียรติของแต่ละบุคคล ไม่ว่าจะเป็นพนักงาน ผู้ถือหุ้น ลูกค้าหรือประชาชนทั่วไป
ความเคารพในบุคคลคือการปฏิบัติต่อบุคคลอื่นด้วยการให้เกียรติและนับถือ โดยแบ่งปันชื่อเสียงเกียรติยศเมื่อถึงเวลาอันควร หลีกเลี่ยงการวิจารณ์ผู้อื่นในที่สาธารณะ และสนับสนุนการเปิดโอกาสทางความคิดเห็น ความร่วมมือร่วมใจ และการปรึกษา เพื่อให้เป็นบรรทัดฐานของบริษัทฯ
การทำงานเป็นทีม
บริษัทฯ พยายามให้บริการที่หลากหลาย
บริษัทฯ เชื่อว่าการทำงานร่วมกันเป็นทีมจะนำไปสู่ความสำเร็จ ดังนั้น บริษัทฯ จึงคาดหวังให้บุคลากรในบริษัทฯ ทำงานร่วมกันเป็นทีม โดยมีรางวัลเป็นผลตอบแทนสำหรับการทำงานเป็นทีม บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมกันอย่างสุจริตทั้งในเรื่องความเสี่ยงและรางวัลตอบแทน และเมื่อลูกค้าของบริษัทฯ สามารถบรรลุถึงเป้าหมาย ทุกคนในบริษัทฯ ก็ได้รับประโยชน์เช่นเดียวกัน
การเป็นพลเมืองที่มีความรับผิดชอบ
บริษัทฯ พยายามพัฒนาคุณภาพชีวิตในชุมชน
การเป็นพลเมืองที่มีความรับผิดชอบคือการที่บริษัทฯ มีหน้าที่ตอบแทนชุมชน บริษัทฯ สนับสนุนให้บุคลากรเป็นอาสาสมัครหรือมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคม นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังให้การสนับสนุนทางการศึกษา ศิลปวัฒนธรรม และการบริการทางสิ่งแวดล้อมและชุมชน ทั้งในรูปแบบการให้ความร่วมมือที่บริษัทฯ หรือบุคลากรของบริษัทฯ ได้ดำเนินการ
ความซื่อสัตย์และความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียว
ชื่อเสียงของบริษัทฯ ย่อมมาก่อนผลประโยชน์ส่วนตัว
บริษัทฯ ภาคภูมิใจในชื่อเสียงทางด้านความซื่อสัตย์ของบริษัทฯ ที่มีมาอย่างยาวนาน ดังนั้น เพื่อสืบทอดชื่อเสียงอันดีของบริษัทฯ บริษัทฯ อาจยอมให้มีข้อผิดพลาดสามัญต่าง ๆ ในการดำเนินธุรกิจ แต่จะไม่ยอมให้มีการละเมิดจริยธรรมและความซื่อสัตย์ใด ๆ เพื่อดำรงไว้ซึ่งชื่อเสียงอันดีของบริษัทฯ
3.2 ข้อมูลที่เป็นความลับ
3.2.1 ในการดำเนินธุรกิจ บริษัทฯ และพนักงานของบริษัทฯ อาจได้รับข้อมูลที่มิได้เปิดเผยต่อสาธารณชน ซึ่งข้อมูลเหล่านั้นอาจส่งผลกระทบต่อสภาพตลาดเงินและตลาดทุน การเจรจาต่อรอง การวางกลยุทธ์ และความสัมพันธ์กับลูกค้า คู่แข่ง หรือผู้ขาย พนักงานทุกคนจะต้องระมัดระวังอย่างยิ่งที่จะไม่ใช้ข้อมูลดังกล่าวที่ได้รับมาในระหว่างการทำงานในทางที่ไม่สมควร ซึ่งข้อมูลดังกล่าวรวมถึงรายชื่อลูกค้า ข้อมูลเกี่ยวกับบุคลากรและลูกค้า นโยบายและแผนงานทางธุรกิจ
3.2.2 บริษัทฯ มีนโยบายห้ามไม่ให้พนักงานนำข้อมูลที่เป็นความลับที่มี นัยสำคัญ ไปใช้เพื่อประโยชน์ต่อตนเองหรือผู้อื่น ข้อมูลที่มี นัยสำคัญ ดังกล่าว หมายถึงเป็นข้อมูลที่นักลงทุนเห็นว่าสำคัญในการใช้เป็นเครื่องมือในการตัดสินใจลงทุน หรือเป็นข้อมูลที่คาดว่าจะมีผลกระทบต่อราคาหลักทรัพย์ของผู้ออกหลักทรัพย์ บริษัทฯ มีนโยบายในการจำกัดขีดความสามารถของพนักงานในการทำรายการต่าง ๆ พนักงานที่มีข้อมูลที่เป็นความลับจะไม่สามารถซื้อขายหลักทรัพย์ที่ตนเองได้รับทราบข้อมูลความลับนั้น
3.3 ข้อมูลส่วนตัวของลูกค้า
3.3.1 บริษัทฯ มีนโยบายรักษาข้อมูลความลับของลูกค้า โดยพนักงานจะต้องเข้าใจถึงความจำเป็นในการดูแลข้อมูลอย่างระมัดระวัง โดยมีนโยบายเกี่ยวกับข้อมูลส่วนตัวของลูกค้าดังนี้
บริษัทฯ จะไม่ค้ากำไรจากการเปิดเผยข้อมูลความลับของลูกค้า
พนักงานจะต้องไม่ปรึกษาธุรกิจที่เกี่ยวกับลูกค้าของตนกับพนักงานอื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง ยกเว้นในกรณีที่ จำเป็น
บริษัทฯ จะไม่เผยแพร่ข้อมูลของลูกค้า ยกเว้นได้รับอนุญาตจากลูกค้าหรือมีหน้าที่ต้องเปิดเผยตามที่กฎหมายกำหนด
ผู้ให้บริการภายนอกที่ทราบข้อมูลของลูกค้าจะต้องเก็บข้อมูลเป็นความลับและใช้ข้อมูลนั้นในการให้บริการต่อบริษัทฯ เท่านั้น
3.3.2 บริษัทฯ ปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับอื่นซึ่งวางข้อจำกัดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการรักษาความลับของข้อมูลลูกค้าในกรณีที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับการรักษาความลับของข้อมูลลูกค้า พนักงานจะต้องซักถามการรักษาความลับกับหัวหน้าฝ่ายหรือฝ่ายกำกับดูแลการปฏิบัติงานและตรวจสอบภายใน
3.4 ของขวัญ เงินรางวัล และการชำระเงินที่ไม่ได้รับอนุญาต
3.4.1 พนักงานและสมาชิกในครอบครัวของพนักงานจะต้องไม่รับโบนัส ค่าธรรมเนียม ของขวัญ การสันทนาการที่มากหรือบ่อยเกินไป หรือสิ่งอื่นใดที่ถือว่ามากเกินปกติจากบุคคลหรือบริษัทห้างร้านอื่นที่บริษัทฯ กำลังหรือจะทำธุรกิจด้วย ทั้งทางตรงและทางอ้อม
3.4.2 นโยบายของบริษัทฯ ห้ามมิให้บริษัทฯ หรือพนักงานติดสินบน ตอบแทน หรือให้เงินแก่บุคคล เจ้าหน้าที่รัฐ หรือบริษัทห้างร้านใด เพื่อรับประโยชน์ทางธุรกิจที่ไม่เหมาะสมหรือเพื่อมีอิทธิพลต่อการดำเนินธุรกิจ บริษัทฯ มีบทลงโทษพิเศษสำหรับการให้เงิน หรือของขวัญ (รวมทั้งการสันทนาการ) ต่อเจ้าหน้าที่ กรรมการ พนักงาน หรือบริษัทอื่นซึ่งหน่วยงานของรัฐถือหุ้น หรือมีอำนาจควบคุม และหากมีข้อสงสัยใด ๆ เป็นพิเศษ พนักงานจะต้องปรึกษาฝ่ายกำกับดูแลการปฏิบัติงานและตรวจสอบภายใน
3.5 นโยบายต่อต้านการติดสินบน
3.5.1 บริษัทฯ ไม่สนับสนุนให้มีการติดสินบนเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือบุคคลใด ๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการประกอบธุรกิจอย่างไม่โปร่งใส ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้นำเอาหลักการต่อต้านการติดสินบนตามกฎหมายไทยมาปรับใช้ รวมถึงการยอมรับแนวทางตามที่กฎหมายต่อต้านการติดสินบนของประเทศสหรัฐอเมริกา (the U.S. Foreign Corrupt Practices Act (FCPA)) กำหนดเพื่อเป็นมาตรฐานการประกอบธุรกิจที่ดี
3.5.2 การสันทนาการของเจ้าหน้าที่ของรัฐ การชำระเงินแทนหรือการให้ค่าทดแทนค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการเดินทาง หรือค่าใช้จ่ายอื่นใดที่เกี่ยวข้อง หรือค่าของขวัญให้แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบของการจัดสัมมนาทางการศึกษาที่บริษัทฯ เป็นเจ้าภาพ หรือการประชุมทางธุรกิจหรือการอื่นใด จะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับอนุมัติเป็นการล่วงหน้าจากฝ่ายกำกับดูแลการปฏิบัติงานและตรวจสอบภายใน โดยสันทนาการดังกล่าวจะต้องมีมูลค่าที่สมเหตุสมผลไม่บ่อยจนเกินไป และมีวัตถุประสงค์ทางธุรกิจที่ถูกต้องตามกฎหมาย นอกจากนี้ การให้เงิน การสันทนาการและการชำระค่าของขวัญให้แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐดังกล่าวอาจอยู่ภายใต้กฏหมายไทย ซึ่งจะทำให้การดังกล่าวต้องได้รับการสอบทานและอนุมัติจากฝ่ายกำกับดูแลการปฏิบัติงานและตรวจสอบภายในก่อนแม้ว่าการดังกล่าวจะสามารถกระทำได้ภายใต้ FCPA แล้วก็ตาม
3.5.3 นโยบายข้างต้นเป็นเพียงตัวอย่างของนโยบายที่บริษัทฯ นำมาใช้ เพื่อให้บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจตามมาตรฐานจริยธรรมสูงสุด
4. ภาวะผู้นำและวิสัยทัศน์
4.1 บริษัทฯ ให้ความสำคัญต่อการให้บริการที่ดีเยี่ยม และมีคุณภาพที่สูงที่ตรงต่อความต้องการของลูกค้า โดยมุ่งเน้นให้บริษัทฯ เป็นผู้นำด้านบริหารและการเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน โดยปัจจัยหลักที่มีผลให้บริษัทฯ อยู่ในระดับดังกล่าว คือ
มุ่งเน้นธุรกิจที่ให้โอกาสเติบโตอย่างต่อเนื่อง
ให้ความสำคัญต่อทรัพยากรบุคคล และเสริมสร้างความรู้ความชำนาญที่มีในท้องถิ่นและภูมิภาค
สนับสนุนความร่วมมือกันระหว่างฝ่ายต่าง ๆ เพื่อประโยชน์สูงสุดและแนวทางที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้า
การใช้เทคโนโลยีและทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ
การบริหารงานอย่างเคร่งครัดเพื่อให้เกิดความก้าวหน้าในระยะยาวในการให้บริการทางด้านการเงินแก่ลูกค้า ผู้ถือหุ้น และพนักงาน
5. ผู้มีส่วนได้เสียกลุ่มต่างๆ
บริษัทฯ ได้ให้ความสำคัญต่อสิทธิของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นผู้มีส่วนได้เสียภายใน (เช่น พนักงาน และผู้บริหารของบริษัทฯ) หรือผู้มีส่วนได้เสียภายนอก (เช่น เจ้าหนี้ และคู่แข่ง) โดยบริษัทฯ ตระหนักดีว่าการสนับสนุนและข้อคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มจะทำให้บริษัทฯ อยู่ในฐานะที่ได้เปรียบคู่แข่งรายอื่น และทำให้ผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ดีขึ้น ซึ่งเป็นจุดมุ่งหมายของบริษัทฯ ในระยะยาว ดังนั้น บริษัทฯ จะปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องเพื่อให้สิทธิของผู้มีส่วนได้เสียเหล่านี้ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังส่งเสริมให้มีความร่วมมือระหว่างบริษัทฯ และกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียแต่ละกลุ่ม เพื่อสร้างความมั่นคงให้แก่กิจการของบริษัทฯ
6. ผู้ถือหุ้น
6.1 การประชุมผู้ถือหุ้นสามัญประจำปีจะต้องจัดให้มีขึ้นภายในสี่ (4) เดือน นับแต่วันสิ้นสุดของรอบปีบัญชีของบริษัทฯ อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการอาจเรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นเมื่อใดก็ได้แล้วแต่จะเห็นสมควร โดยการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นจะจัดขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้
พิจารณารายงานคณะกรรมการเกี่ยวกับกิจการของบริษัทฯที่ได้กระทำในรอบปีที่ผ่านมา
พิจารณาอนุมัติงบดุลและบัญชีกำไรขาดทุนของรอบระยะเวลาบัญชีที่ผ่านมา
พิจารณาอนุมัติจัดสรรเงินกำไร ประกาศจ่ายเงินปันผล และจัดสรรทุนสำรอง
พิจารณาแต่งตั้งกรรมการใหม่แทนกรรมการซึ่งต้องออกตามวาระ และกำหนดค่าตอบแทนของกรรมการ
พิจารณาแต่งตั้งผู้สอบบัญชีและกำหนดค่าตอบแทน และ
พิจารณาเรื่องอื่น ๆ (ถ้ามี)
6.2 ในการเรียกประชุมผู้ถือหุ้น คณะกรรมการจะจัดทำเป็นหนังสือนัดประชุมโดยระบุสถานที่ วัน เวลา ระเบียบวาระการประชุม และเรื่องที่จะเสนอต่อที่ประชุมพร้อมด้วยรายละเอียดตามสมควร โดยระบุให้ชัดเจนว่าเป็นเรื่องที่จะเสนอเพื่อทราบ เพื่ออนุมัติ หรือเพื่อพิจารณา แล้วแต่กรณี รวมทั้งความเห็นของคณะกรรมการในเรื่องดังกล่าว และจัดส่งให้ผู้ถือหุ้นและนายทะเบียนทราบไม่น้อยกว่าเจ็ด (7) วันก่อนวันประชุม ทั้งนี้ ให้ลงโฆษณาคำบอกกล่าวนัดประชุมในหนังสือพิมพ์ล่วงหน้าก่อนวันประชุมไม่น้อยกว่าสาม (3) วัน เป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าสาม (3) วันก่อนวันประชุม โดยผู้ถือหุ้นจะมอบฉันทะให้ผู้อื่นเข้าร่วมประชุมและออกเสียงแทนตนเองก็ได้ โดยการมอบฉันทะดังกล่าวจะต้องทำเป็นหนังสือและลงลายมือชื่อผู้ถือหุ้น และยื่นต่อประธานที่ประชุมหรือผู้ที่ประธานที่ประชุมกำหนด ณ สถานที่ที่ประชุมก่อนผู้รับมอบฉันทะเข้าประชุม โดยหนังสือมอบฉันทะให้เป็นไปตามแบบที่นายทะเบียนกำหนด และในการประชุมผู้ถือหุ้นทุกคราว ต้องมีผู้ถือหุ้นและผู้รับมอบฉันทะจากผู้ถือหุ้น (ถ้ามี) มาประชุมไม่น้อยกว่ายี่สิบห้า (25) คน หรือไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนผู้ถือหุ้นทั้งหมด และต้องมีหุ้นนับรวมกันได้ไม่น้อยกว่าหนึ่งในสาม (1/3) ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดจึงจะครบเป็นองค์ประชุม
6.3 ในการออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุมผู้ถือหุ้น ให้ถือว่าหุ้นหนึ่งมีเสียงหนึ่ง และผู้ถือหุ้นคนใดมีส่วนได้เสียเป็นพิเศษในเรื่องใด ผู้ถือหุ้นคนนั้นไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนในเรื่องนั้นนอกจากการออกเสียงเลือกตั้งกรรมการ และมติของที่ประชุมผู้ถือหุ้นจะต้องประกอบด้วยคะแนนเสียงดังต่อไปนี้
6.3.1 ในกรณีปกติ ให้ถือคะแนนเสียงข้างมากของผู้ถือหุ้นซึ่งมาประชุมและออกเสียงลงคะแนน ถ้ามีคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
6.3.2 ในกรณีดังต่อไปนี้ ให้ถือคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ (3/4) ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นซึ่งมาประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน
(ก) การขายหรือโอนกิจการของบริษัทฯ ทั้งหมดหรือบางส่วนที่สำคัญให้แก่บุคคลอื่น
(ข) การซื้อหรือรับโอนกิจการของบริษัทเอกชน หรือบริษัทมหาชนอื่นมาเป็นของบริษัทฯ
(ค) การทำ แก้ไข หรือยกเลิกสัญญาเกี่ยวกับการให้เช่ากิจการของบริษัทฯ ทั้งหมด หรือบางส่วนที่สำคัญ การมอบหมายให้บุคคลอื่นใดเข้าจัดการธุรกิจของบริษัทฯ
หรือการรวมกิจการกับบุคคลอื่นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการแบ่งผลกำไรขาดทุนกัน
(ง) การแก้ไขเพิ่มเติมหนังสือบริคณห์สนธิ หรือข้อบังคับของบริษัทฯ
(จ) การเพิ่มหรือลดทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ
(ฉ) การเลิกบริษัทฯ
(ช) การออกหุ้นกู้ของบริษัทฯ
(ซ) การควบรวมกิจการบริษัทฯ กับบริษัทอื่น
6.4 บริษัทฯ จะปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นทุกรายอย่างเท่าเทียมกันในการเข้าประชุม การรับสารสนเทศ และการออกเสียงลงคะแนนในการประชุมผู้ถือหุ้น รวมทั้งอำนวยความสะดวกแก่ผู้ถือหุ้นโดยจัดสรรเวลาอย่างเหมาะสม และสนับสนุนโอกาสในการแสดงความคิดเห็นและเสนอคำถามในที่ประชุมอย่างเท่าเทียมกัน กรรมการและผู้บริหารที่เกี่ยวข้องจะเข้าร่วมในที่ประชุมเพื่อตอบคำถามต่างๆ โดยคำถามที่สำคัญจะถูกบันทึกไว้ในรายงานการประชุมเพื่อให้ผู้ถือหุ้นสามารถตรวจสอบได้
7. กรรมการ
7.1 ผู้ถือหุ้นจะเลือกตั้งกรรมการขึ้นเพื่อดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ให้เป็นไปตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ และข้อบังคับของบริษัทฯ ตลอดจนมติของที่ประชุมผู้ถือหุ้นด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และระมัดระวังรักษาผลประโยชน์ของบริษัทฯ โดยกรรมการจะเป็นบุคคลผู้มีความรู้ ความสามารถ และมีประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจ รวมทั้งมีภาวะผู้นำและวิสัยทัศน์เพื่อให้การดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ประสบผลสำเร็จสูงสุดทางเศรษฐกิจและให้ความมั่นคงสูงสุดแก่ผู้ถือหุ้น ภายใต้ข้อบังคับของบริษัทฯ การดำรงตำแหน่งของกรรมการจะเป็นดังนี้
(1) คณะกรรมการประกอบด้วยกรรมการสูงสุดไม่เกินสิบสาม (13) คน และไม่น้อยกว่าเจ็ด (7) คน
(2) ในการประชุมผู้ถือหุ้นสามัญประจำปีทุกครั้ง ให้กรรมการออกจากตำแหน่งจำนวนหนึ่งในสาม (1/3) ของจำนวนกรรมการ และที่ประชุมผู้ถือหุ้นสามัญประจำปีจะเลือกกรรมการใหม่เข้ารับตำแหน่งแทน อย่างไรก็ตาม กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งอาจได้รับเลือกให้กลับเข้ามารับตำแหน่งอีกได้
7.2 บริษัทฯ มีนโยบายให้คณะกรรมการประกอบด้วยกรรมการอิสระอย่างน้อยสาม (3) คน
7.3 คณะกรรมการมีหน้าที่รับผิดชอบในการดูแลการดำเนินธุรกิจและกิจกรรมต่าง ๆ ของบริษัทฯ กำหนดกลยุทธ์และนโยบายของบริษัทฯ
7.4 คณะกรรมการต้องรับผิดชอบในข้อมูลงบดุลและข้อมูลทางการเงินที่ปรากฏอยู่ในรายงานประจำปีของบริษัทฯ และมีหน้าที่จัดเตรียมระบบควบคุมภายในที่มีประสิทธิภาพเพื่อให้แน่ใจว่าการบันทึกข้อมูลทางบัญชีเป็นไปอย่างถูกต้อง สมบูรณ์ และเพียงพอ ทั้งนี้ ระบบดังกล่าวจะช่วยให้บริษัทฯ สามารถรับรู้ข้อบกพร่องและป้องกันการกระทำที่ทุจริต หรือการกระทำที่ผิดปกติโดยนัยสำคัญ
7.5 ในการเรียกประชุมคณะกรรมการ ให้ประธานกรรมการหรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายส่งหนังสือนัดประชุมไปยังกรรมการทุกคนล่วงหน้าไม่น้อยกว่าเจ็ด (7) วันก่อนวันประชุม เว้นแต่ในกรณีจำเป็นรีบด่วนเพื่อรักษาสิทธิและประโยชน์ของบริษัทฯ ประธานกรรมการหรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจะกำหนดให้แจ้งการนัดประชุมโดยวิธีอื่น และกำหนดวันประชุมให้เร็วกว่านั้นก็ได้ ในการประชุมคณะกรรมการ ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง (1/2) ของจำนวนกรรมการทั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม และมติของที่ประชุมคณะกรรมการจะต้องได้รับคะแนนเสียงข้างมากของกรรมการทั้งหมดที่มาประชุมด้วยตนเอง โดยกรรมการคนหนึ่งมีเสียงหนึ่ง (1) เสียงในการลงคะแนน เว้นแต่กรรมการซึ่งมีส่วนได้เสียในเรื่องใดเรื่องหนึ่งไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนในเรื่องนั้น และถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมเป็นผู้ออกเสียงชี้ขาด
7.6 คณะกรรมการมีสิทธิที่จะมอบหมายหน้าที่ความรับผิดชอบในการบริหารธุรกิจของบริษัทฯ ให้แก่คณะกรรมการบริหาร ซึ่งสามารถมอบหมายให้แก่ประธานเจ้าหน้าที่บริหารในการบริหารงานของบริษัทฯ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารอาจแต่งตั้งคณะกรรมการชุดอื่น อาทิ คณะกรรมการอำนวยการ เพื่อช่วยในการบริหารงานของบริษัทฯ
7.7 ความรับผิดชอบหลักของคณะกรรมการอำนวยการได้แก่การช่วยเหลือประธานเจ้าหน้าที่บริหารในการบริหารงาน ดำเนินธุรกิจ นโยบายและปฏิบัติงานต่าง ๆ ตามที่ได้รับมอบหมายเป็นครั้งคราว นอกจากนี้คณะกรรมการอาจแต่งตั้งคณะกรรมการปฏิบัติงานเฉพาะกิจและมอบหมายหน้าที่ความรับผิดชอบให้แต่ละคณะอย่างชัดเจน
8. ระบบควบคุมและการตรวจสอบภายใน
8.1 บริษัทฯ มีระบบควบคุมภายในเพื่อปกป้องรักษาข้อมูลสารสนเทศและทรัพย์สินของบริษัทฯ ลูกค้าและผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ โดยระบบควบคุมดังกล่าวถูกออกแบบขึ้นเพื่อเป็นการรับประกันว่ารายการทางธุรกิจได้รับการดำเนินการอย่างถูกต้องเหมาะสม และรายงานต่าง ๆ มีความถูกต้องและเที่ยงตรง ทั้งนี้ รายการทางธุรกิจต่าง ๆ ต้องได้รับอนุมัติจากผู้บริหารในระดับที่เหมาะสม บริษัทฯ ส่งเสริมให้บุคลากรปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบและข้อบังคับที่กำกับดูแลการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ รวมถึงเคารพในตัวบทกฎหมายและเจตนารมณ์ของกฎหมายซึ่งถือเป็นหนึ่งในพื้นฐานของมาตรฐานด้านจริยธรรมของบริษัทฯ
8.2 พนักงานจะต้องรายงานการฝ่าฝืนกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับ และหลักจริยธรรมต่อหัวหน้าฝ่าย ฝ่ายกำกับดูแลการปฏิบัติงานและตรวจสอบภายใน หรือผู้บริหารอาวุโสตามความเหมาะสม ถ้าพนักงานไม่สะดวกใจที่จะรายงานหรือปรึกษาเกี่ยวกับประเด็นทางจริยธรรม การฝ่าฝืน หรือความเป็นไปได้ที่จะฝ่าฝืนกฎระเบียบต่าง ๆ ดังกล่าวกับหัวหน้าฝ่าย พนักงานจะต้องพยายามหาความช่วยเหลือจากส่วนงานอื่นของบริษัทฯ ทั้งนี้ บริษัทฯ มีขั้นตอนในการจัดการกับเรื่องความผิดทางจริยธรรม การกระทำที่ไม่ถูกต้องหรือการฝ่าฝืน รวมถึง การควบคุมบัญชีภายใน บัญชีที่มีข้อสงสัย หรือเรื่องที่กำลังถูกตรวจสอบในลักษณะที่เป็นความลับเพื่อมิให้มีการแก้แค้นคืน โดยมีขั้นตอนที่กำหนดให้ฝ่ายกำกับดูแลการปฏิบัติงานและตรวจสอบภายในรับ เก็บรักษาและจัดการกับประเด็นต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับบัญชี การควบคุมบัญชีภายใน หรือการตรวจสอบต่าง ๆ
8.3 นอกจากนี้บริษัทฯ ยังจัดให้มีคณะอนุกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดีต่าง ๆ ขึ้นเพื่อให้แน่ใจว่าธุรกิจหรือธุรกรรมใหม่ ๆ ได้รับการพิจารณาจากฝ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องแล้ว อาทิ คณะกรรมการ Capital Commitment Committee หรือ คณะกรรมการพิจารณาผลิตภัณฑ์ใหม่ (New Product Review Committee) โดยฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะต้องยืนยันมุมมองของฝ่ายตนในทุก ๆ ประเด็นที่ขอรับการพิจารณาก่อนที่เริ่มดำเนินธุรกิจนั้น ๆ บริษัทฯ มีฝ่ายงานหลักสอง (2) ฝ่าย ได้แก่ ฝ่ายกำกับดูแลการปฏิบัติงานและตรวจสอบภายใน และฝ่ายบริหารความเสี่ยง (Corporate Credit and Risk Management) (ซึ่งจะอธิบายในข้อ 8.5) ในการให้การช่วยเหลือผู้บริหารในการจำแนกและวางมาตรการป้องกันความเสี่ยงต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ
8.4 คณะกรรมการตรวจสอบ
คณะกรรมการตรวจสอบมีหน้าที่ตรวจตราการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ เพื่อให้บริษัทฯ มีระบบการกำกับดูแลกิจการที่ดี คณะกรรมการตรวจสอบประกอบด้วยกรรมการอิสระไม่น้อยกว่า 3 คน ซึ่งมีคุณสมบัติตามที่กำหนดโดยกฎหมายหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้อง วัตถุประสงค์หลักของคณะกรรมการตรวจสอบคือการช่วยเหลือคณะกรรมการบริษัทฯ ในการจัดการกับประเด็นที่อาจถูกมองข้ามและเพื่อให้บริษัทฯ มีระบบการตรวจสอบภายในที่ดี ความรับผิดชอบหลักของคณะกรรมการตรวจสอบนอกเหนือจากที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัทฯ มีดังต่อไปนี้
(ก) สอบทานให้บริษัทฯ มีการรายงานทางการเงินอย่างถูกต้องและเพียงพอ
(ข) สอบทานให้บริษัทฯ มีระบบการควบคุมภายใน และการตรวจสอบภายในที่เหมาะสมและมีประสิทธิผล
(ค) สอบทานให้บริษัทฯ ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ฯ หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัทฯ
(ง) พิจารณา คัดเลือก เสนอแต่งตั้งและเสนอค่าตอบแทนผู้สอบบัญชีของบริษัทฯ
(จ) พิจารณาการเปิดเผยข้อมูลของบริษัทฯ ในกรณีที่เกิดรายการที่เกี่ยวโยงกันหรือรายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ให้มีความถูกต้องและครบถ้วน
(ฉ) จัดทำรายงานการกำกับดูแลกิจการของคณะกรรมการตรวจสอบ โดยเปิดเผยไว้ในรายงานประจำปีของบริษัทฯ
การประชุมคณะกรรมการตรวจสอบจะต้องจัดทำขึ้นอย่างน้อยทุกสาม (3) เดือนและจะต้องมีกรรมการตรวจสอบเข้าประชุมไม่น้อยกว่าสอง (2) คนจึงจะครบเป็นองค์ประชุม โดยกรรมการตรวจสอบคนหนึ่งมีเสียงหนึ่ง (1) เสียงในการลงคะแนน และประธานกรรมการตรวจสอบในที่ประชุมไม่มีเสียงชี้ขาด
8.5 ฝ่ายกำกับดูแลการปฏิบัติงานและตรวจสอบภายใน (OGC)
8.5.1 ฝ่ายกำกับดูแลการปฏิบัติงานและตรวจสอบภายในแบ่งงานการกำกับดูแลเป็น 3 หน่วยงานหลัก ได้แก่ หน่วยงานกฎหมาย หน่วยงานกำกับดูแล และหน่วยงานตรวจสอบภายใน
8.5.2 หน่วยงานกฎหมายและหน่วยงานกำกับดูแลทำหน้าที่ดูแลรับผิดชอบเกี่ยวกับกฎหมาย กฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง และกำหนดแนวทางการกำกับดูแลการปฏิบัติงานต่าง ๆ ของบริษัทฯ เพื่อช่วยให้พนักงานและเจ้าหน้าที่ดำเนินงานตามหลักการของบริษัทฯ กฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง มาตรฐานการให้บริการลูกค้าที่ดีเยี่ยม แนวทางการยกระดับและปกป้องผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้น
8.5.3 หน่วยงานตรวจสอบภายในทำหน้าที่ตรวจสอบเกี่ยวกับประสิทธิภาพของระบบควบคุมภายในของบริษัทฯ โดยประเมินผลการดำเนินงานและระบบควบคุมภายใน และช่วยให้ฝ่ายบริหารสามารถมั่นใจได้ว่าบริษัทฯ มีระบบควบคุมภายในที่เหมาะสม หน้าที่รับผิดชอบของหน่วยงานตรวจสอบภายในในการตรวจสอบองค์กรคือ ตรวจสอบ ประเมินผล และรายงานความเพียงพอของระบบควบคุมภายในของบริษัทฯ เพื่อให้การใช้ทรัพยากรเป็นไปอย่างเหมาะสม มีประสิทธิผล และประสิทธิภาพ ในการสอบทานการดำเนินงานขององค์กร หน่วยงานตรวจสอบภายในจะสอบทานระบบการควบคุมภายใน การประเมินความเสี่ยง การควบคุมการปฏิบัติงาน ระบบสารสนเทศและการสื่อสารข้อมูลภายในองค์กร และระบบการติดตาม ซึ่งฝ่ายตรวจสอบภายในจะส่งผลการวิเคราะห์ ประเมินผล แนะนำ ให้คำปรึกษาและให้ข้อมูลต่าง ๆ กับฝ่ายต่าง ๆ ที่หน่วยงานตรวจสอบภายในได้ทำการตรวจสอบ
8.6 ฝ่ายบริหารความเสี่ยง (Corporate Credit & Risk Management)
ฝ่ายบริหารความเสี่ยงทำหน้าที่ตรวจสอบฐานะความน่าเชื่อถือของลูกค้าปัจจุบันและลูกค้าใหม่ รวมทั้งกำหนดและทบทวนวงเงินของลูกค้าตามที่ได้รับมอบหมายจากฝ่ายต่าง ๆ ฝ่ายบริหารความเสี่ยงจะประเมินความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นและเข้าไปตรวจสอบขั้นตอนการออกหลักทรัพย์ใหม่ของลูกค้าที่ดำเนินการโดยฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดของบริษัทฯ
9. ความสัมพันธ์กับผู้ลงทุน
ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทฯ และผู้ที่ได้รับมอบหมายจะเป็นผู้รับผิดชอบเกี่ยวกับความสัมพันธ์กับผู้ลงทุน และให้มั่นใจว่าบริษัทฯ ได้เปิดเผยสารสนเทศที่สำคัญของบริษัทฯ อย่างถูกต้อง สมบูรณ์ โปร่งใส และเข้าใจได้ และจะรับผิดชอบเกี่ยวกับข้อมูลทางการเงิน ข้อมูลอื่นๆ และข้อมูลที่มีนัยสำคัญต่อราคาหลักทรัพย์ของบริษัทฯ โดยการเผยแพร่ข้อมูลนั้นๆ ไปสู่ผู้ลงทุนและประชาชนทั่วไปผ่านทางสื่อต่าง ๆ
10. ค่าตอบแทนของกรรมการและผู้บริหาร
10.1 บริษัทฯ มีนโยบายจ่ายค่าตอบแทนกรรมการในอัตราที่เหมาะสม และหลีกเลี่ยงการจ่ายค่าตอบแทนเกินสมควร โดยค่าตอบแทนดังกล่าวอยู่ในอัตราที่เปรียบเทียบได้กับอัตราในอุตสาหกรรม กรรมการแต่ละคนจะได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสมกับหน้าที่และความรับผิดชอบ โดยการกำหนดค่าตอบแทนกรรมการจะต้องดำเนินการด้วยความโปร่งใส และได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น
10.2 บริษัทฯ มีนโยบายให้ค่าตอบแทนผู้บริหารในอัตราที่เหมาะสม และไม่เกินสมควร ค่าตอบแทนของผู้บริหารจะเป็นไปในแนวเดียวกับผลการดำเนินงานของบริษัทฯและการปฏิบัติงานของผู้บริหารแต่ละราย และได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการ
การรักษาข้อมูลความเป็นส่วนตัวของลูกค้า
|
ข้อมูลทางกฎหมาย
สมัครงาน
|
เชื่อมโยงเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง
|
แผนผังเว็บไซต์
สงวนลิขสิทธ์ © 2549 บริษัทหลักทรัพย์ ภัทร จำกัด (มหาชน)